มือใหม่หัดเช่ารถบัสต้องรู้! รถโดยสารไม่ประจำทาง vs. ประจำทาง ต่างกันอย่างไร?
- A.T.S. TRAVEL

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

การวางแผนเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการทัศนศึกษา การสัมมนาบริษัท หรือการท่องเที่ยวกับครอบครัวใหญ่ การเลือกใช้บริการเช่ารถบัส ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มมองหาผู้ให้บริการ อาจจะสับสนกับคำศัพท์เฉพาะทางอย่าง "รถโดยสารไม่ประจำทาง" และไม่แน่ใจว่ามีความแตกต่างจากรถเมล์หรือรถทัวร์ทั่วไปอย่างไร การทำความเข้าใจประเภทของรถและมาตรฐานความปลอดภัยจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยตลอดเส้นทาง
รถโดยสารไม่ประจำทาง คืออะไร
รถโดยสารไม่ประจำทาง คือ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารเพื่อสินจ้าง โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ "ไม่จำกัดเส้นทาง" และไม่ได้วิ่งตามตารางเวลาที่ตายตัวเหมือนรถสาธารณะทั่วไป ผู้เช่าสามารถกำหนดจุดรับ-ส่ง รวมถึงวางแผนเส้นทางและเวลาเดินทางได้ตามความต้องการของตนเอง ซึ่งรถประเภทนี้มักเป็นรถบัสเช่าหรือรถโค้ชนำเที่ยวที่จดทะเบียนป้ายเหลือง (เลขทะเบียนขึ้นต้นด้วยเลข 30-35) เพื่อใช้สำหรับบริการท่องเที่ยวหรือรับส่งพนักงานโดยเฉพาะ
รถโดยสารไม่ประจำทาง vs. ประจำทาง ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างรถสองประเภทนี้สามารถสรุปได้ดังนี้
เส้นทางการวิ่ง : รถประจำทางต้องวิ่งตามเส้นทางที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้เท่านั้น ในขณะที่รถไม่ประจำทางสามารถวิ่งไปที่ใดก็ได้ตามความประสงค์ของผู้เช่า
ตารางเวลา : รถประจำทางมีเวลาออกและเวลาถึงที่แน่นอนตามตาราง ส่วนรถไม่ประจำทางยืดหยุ่นตามความสะดวกของผู้ใช้บริการ
รูปแบบการใช้บริการ : รถประจำทางเป็นการขายตั๋วรายที่นั่งให้กับบุคคลทั่วไป แต่รถไม่ประจำทางมักเป็นการเช่าเหมาคันสำหรับกลุ่มคณะ
การจดทะเบียน : รถประจำทางจะจดทะเบียนในลักษณะรถโดยสารสาธารณะตามเส้นทาง (เช่น บขส. หรือรถเมล์) ส่วนรถไม่ประจำทางจะจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างอิสระ
วิธีการเลือกใช้รถโดยสารไม่ประจำทางที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่ารถ การตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกไมล์การเดินทาง มีดังนี้
1. เลือกบริษัทรถที่น่าเชื่อถือ
ควรเลือกใช้บริการจากบริษัทที่จดทะเบียนเป็น นิติบุคคล มากกว่าบุคคลธรรมดา เพราะบริษัทที่มีตัวตนชัดเจนจะมีระบบการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ มีรถสำรองพร้อมเปลี่ยนให้ทันทีหากเกิดเหตุขัดข้อง และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ซึ่ง A.T.S. Travel ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานและมีระบบการดูแลลูกค้าที่เป็นมาตรฐานระดับสากล
2. อ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
ก่อนการจอง ควรค้นหารีวิวหรือความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้งานจริง เพื่อดูคุณภาพการบริการจริงในหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นมารยาทของพนักงานขับรถ ความตรงต่อเวลา หรือความสะอาดภายในรถ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยประกอบการตัดสินใจได้ดีกว่าการดูเพียงแค่รูปถ่ายในโฆษณา
3. เช็กสภาพของรถโดยสาร
รถที่ดีควรมีสภาพพร้อมใช้งาน ต้องเช็กว่ามีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่ เช่น เข็มขัดนิรภัยที่ใช้งานได้จริงทุกที่นั่ง ค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิง รวมถึงควรขอดูใบตรวจสภาพรถจากกรมการขนส่งทางบกที่ไม่เกิน 6 เดือน
4. พนักงานขับรถต้องคุ้นเคยเส้นทาง
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับคนขับเป็นสำคัญ พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้อง และต้องมีความชำนาญในเส้นทางที่เดินทางเป็นอย่างดี เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เสี่ยงอันตราย รวมถึงต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น หากเดินทางไกลกว่า 400 กิโลเมตร จะต้องมีคนขับเปลี่ยน 2 คน หรือมีการพักรถทุก ๆ 4 ชั่วโมง
5. รายละเอียดในการทำสัญญาต้องชัดเจน
สัญญาเช่ารถต้องระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน ตั้งแต่เส้นทางไป-กลับ ชื่อพนักงานขับรถ หมายเลขทะเบียนรถ ไปจนถึงเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจที่ตรงกับทะเบียนรถคันที่ใช้เดินทาง เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เช่ารถบัสกับ A.T.S. Travel

หากคุณกำลังมองหาบริการรถเช่าที่ไม่เพียงแต่สะดวกสบาย แต่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง A.T.S. Travel พร้อมตอบโจทย์ด้วยรถบัสสภาพใหม่รถบัส 2 ชั้น หรือรถบัสเช่า 30 ที่นั่งราคาดี ที่มีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาในการวางแผนเส้นทาง พร้อมพนักงานขับรถที่ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและมีใจรักในบริการ ทำให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความประทับใจ
เหมารถทัวร์ราคาคุ้มค่ากับเรา ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 02907-7801-6, 063-821-7999, 094-963-5577
LINE: @ats-abb
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถโดยสารไม่ประจําทาง
1. หากต้องการเช่ารถบัส ต้องจองล่วงหน้ากี่วัน และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ (หรือ 1 เดือนในช่วงเทศกาล) ขั้นตอนเริ่มจากการแจ้งจำนวนผู้โดยสาร วันเดินทาง และจุดหมายเพื่อให้บริษัทประเมินราคา เมื่อตกลงกันได้จึงทำสัญญาและวางเงินมัดจำเพื่อล็อคคิวรถ
2. ราคาค่าเช่ารถบัสรวมค่าทางด่วน ค่าที่พักพนักงานขับรถ และน้ำมันแล้วหรือยัง?
ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ตกลงกัน โดยปกติราคามักจะรวมค่าน้ำมันแล้ว แต่ค่าทางด่วนและค่าจอดรถมักเป็นส่วนที่ผู้เช่ารับผิดชอบ ส่วนค่าที่พักคนขับอาจมีการเหมาจ่ายหรือผู้เช่าจัดหาให้ ซึ่งควรระบุให้ชัดเจนในสัญญา
3. ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือรถเสียระหว่างทาง ทาง A.T.S. Travel มีมาตรการรองรับอย่างไร?
เรามีทีมประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง และมีเครือข่ายรถสำรองที่สามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อให้กระทบต่อกำหนดการเดินทางของคุณน้อยที่สุด


